หลักเกณฑ์การนำสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศ

หลักเกณฑ์นำสัตว์เลี้ยงไปยังต่างประเทศควรจะมีการวางแผนคราวๆดังนี้

  1. ก่อนอื่นก็ต้องติดต่อสถานทูตของประเทศที่เราจะพาสัตว์เลี้ยงไป เพื่อขอข้อมูลให้ครบถ้วนถึงหลักเกณฑ์และเอกสารที่ต้องเตรียมในการนำสัตว์เลี้ยงเข้าประเทศ เนื่องจากหลักเกณฑ์ของแต่ละประเทศอาจจะมีหลักเกณฑ์แตกต่างกันบ้าง
  2. สัตว์เลี้ยงที่ต้องการนำไปด้วยจะต้องมีอายุเกิน 3 เดือน และได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน โดยเฉพาะวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและจะต้องมีสมุดวัคซีนยืนยันเป็นหลักฐานด้วย
  3. สัตว์เลี้ยงจะต้องมีการฝังไมโครชิปในตัวสัตว์ซึ่งสามารถฝังได้ที่ร.พ.สัตว์ทั่วๆไปที่มีการบริการ
  4. สัตว์เลี้ยงจะต้องทำการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากเป็นกฎบังคับว่าสัตว์เลี้ยงที่ต้องการนำเข้าไปในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จะต้องมีภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าในร่างกายในระดับไม่น้อยกว่า 0.5 IU/ml โดยทางกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรประบุด้วยว่าห้องแลปที่ทำการตรวจเลือดเพื่อตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า จะต้องเป็นห้องแลปที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่กลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยอมรับ เท่านั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็คือขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีห้องแลปมาตรฐานตามที่กลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยอมรับได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจห้องแลปที่ต่างประเทศที่กลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปยอมรับ
  5. ในกรณีได้รับผลการตรวจหาภุมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าและมีระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าในร่างกายในระดับไม่น้อยกว่า 0.5 IU/ml เรียบร้อยแล้ว  สัตว์เลี้ยงจะต้องรอการนำเข้าไปในกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างน้อย 3 เดือน หลังจากได้รับผลการตรวจหาภุมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว
  6. ทำการติดต่อสายการบินเพื่อสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดการนำสัตว์เลี้ยงไปต่างประเทศ
  7.  ก่อนนำสัตว์ออกจากประเทศไทยประมาณ 1-2 วัน เจ้าของสัตว์จะต้องนำสัตว์ไปทำใบรับรองการตรวจสุขภาพสัตว์  ( Animal Health Certificate ) และหนังสืออนุญาตนำสัตว์ออก (Export License) ที่ส่วนเคลื่อนย้ายและกักกันสัตว์ ( Airport Animal Quarantine Unit ) ที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ  โดยเจ้าของสัตว์จะต้องเตรียมหลักฐานนำไปด้วยคือ นำสัตว์เลี้ยงพร้อมกับสมุดวัคซีนของสัตว์เลี้ยง ใบรับรองไมโครชิป บัตรประจำตัวหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของสัตว์  โดยเอกสารต้องทำการถ่ายเอกสารไปให้ครบถ้วน เจ้าของสัตว์สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวันและเวลาราชการที่เบอร์  02 -134-0731-2